[FIC] หนี้แค้นแสนรัก [Yoo♥Su] NC20 EP.1

posted on 13 Dec 2009 20:17 by minorupaer  in PJJ

By PJJ
[yoosu]
 
CHAPTER  1

 

 

 

 

                                                                        

ขณะนี้รถของตระกลูคิม ผู้มั้งคั่งกำลัง แล่นฝ่ามหานครเกาหลีเข้ามา เมื่อมองผ่านกระจกเข้าไปก็จะเห็นคุณหนูจุนซูผู้เป็นลูกชายคนโตของตระกลูคิมนั้งอยู่ ใบหน้าสวยงามได้รูปแบบผู้ดีสุขุมลุ่มลึกแม้ดวงหน้าจะนิ่งอยู่เฉยแต่ก็ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกชื่นชมอย่างไม่รู้ตัว ถ้าหากใบหน้าแย้มยิ้มล่ะก็คงจะมีเสน่ห์ไม่น้อย ซึ่งเจ้าตัวเองคงไม่รู้ไม่เช่นนั้นคงไม่ทำหน้าตาเบื่อหน่ายเช่นนี้แน่ 

 

                                                                  

จุนซูเดินทางกลับมาจากการซื้อหนังสือ    และถึงแม้จะพาคนใช้ไปด้วยมากแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ยังขัดกับข้อห้ามตระกลูที่ไม่อยากให้ออกไปเที่ยวเตร่ในเมืองอยู่ดี

 

 

รถเลี้ยวเข้าประตูคฤหาสน์ที่ก่อด้วยกระเบื้องเคลือบงดงามสง่า ซึ่งได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวตะวันตก  วึ่งแสดงถึงความภาคภูมิของตระกูล

 

 

ในที่สุดก็จอดเทียบ     ประตูคฤหาสน์  และหยุดนิ่งอยู่อย่างนั้นราวกับกำลังรอใครสักคนอยู่ ทันใดนั้นหัวหน้าสาวใช้ก็ปรากฏกายขึ้นอย่างร้อนรน

 

 

กลับมาแล้วหรือค่ะ คุณจุนซู เธอกล่าวทักทาย อืม กลับมาแล้ว เขาตอบพลางเดินเข้ามาในคฤหาสน์

คุณจุนซูค่ะ คุณท่านสั่งไว้ว่าคุณกลับมาให้ขึ้นไปพบที่ห้องสมุดด่วนค่ะ

 

 

ห้องสมุดเหรอ ขอบใจน่ะ ได้ยินดังนั้น สาวใช้จึงก้มศรีษะรับคำและเดินหายเข้าไปข้างใน

ตั้งใจว่าจะตรงขึ้นห้องทันที แต่แล้วก็ต้องหมุนตัวกลับตรงดิ่งไปยังห้องสมุดซึ่งอยูลึกสุดในคฤหาสน์ ทั้งที่มือยังคงถือหนังสือทีเพิ่งซื้อมา

 

ห้องสมุดนี้ถูกสร้างเป็นพิเศษ ป้องกันไม่ให้แสงสว่างส่องกระทบหนังสือ ห้องสมุดที่ท่านพ่อรออยู่นั้น ขณะนี้ให้ความรู้สึกหนักอึ้งกับเขาอย่างบอกไม่ถูก จุนซูเคาะประตูเบาๆก่อนจะค่อยๆผลักประตูเปิดออก

ท่านพ่อ ต้องการพบผมหรือครับพอเหลียวมองก็ผู้เป็นพ่อยืนนิ้งจ้องมองชั้นหนังสือที่รายล้อมรอบตัวอยู่ไม่วางตา หนังสือจำนวนมาก ถูกจัดเรียงกันแน่นจนไร้ช่องว่าง กองสูงจนชนเพดานห้อง

 

 

อืมจุนซูสายตาของผู้เป็นพ่อเบนจากจากองหนังสือมาจับอยู่ที่ลูกชาย เสียงท่านพ่อแหบปร่าไม่คุ้นหู บุคลิกดูไม่ผึ่งผายราวกับออ่นล้าเสียเหลือเกิน

 

 

ออกไปซื้อหนังสือมาหรือลูก พูดพลางมองหนังสือในมือจุนซู

 

 

เอ่อครับมีอะไรเกิดขึ้นรึเล่า ทำไมท่านพ่อถึงดูอ่อนล้าผิดปกตินี้

นั่งลงสิ พ่อมีอะไรจะคุยด้วยหน่อย

 

ผายมือไปทางเก้าอี้ ชี้ให้ลูกชายซึ้งยังคงหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงประตูได้นั่งลงจุนซูจึงทรุดตัวลงนั่งตามคำสั่งของพ่อ

จุนซูน่ะเป็นลูกชายคนโต จะไม่ให้รับรู้ คงไม่ได้

 

 

เรื่องอะไรรึครับ เดาจากท่าทางของท่านพ่อแล้ว คงไม่ใช่เรื่องดี เท่าไร

 

จุนซู เราคงต้องขายรถ ไม่สิไม่ใช่แค่รถเท่านั้น แต่ยังรวมทั้งบ้านและที่ดินที่มีอยู่ด้วย

“!”จุนซู รู้สึกช็อค ด้วยมิได้คาดคิดว่าจะได้ยินเรื่องร้ายเช่นนี้มาก่อน

 

 

นี่ มันอะไรกันครับท่านพ่อ เกิดอะไรขึ้น ทำไมครอบครัวเราถึงได้ตกอับเพียงนี้ หัวสมองจุนซูเต็มไปด้วยความงุนงงสับสน

 

หุ้นที่เราซื้อไว้ ในขณะที่เศรษฐกิจกำลังรุ่งเรืองบัดนี้ได้ดิ่งลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ครอบครัวเราเป็นแบบนี้

 

 

ช่วง  2-3 ปีก่อน ขณะที่ตลาดส่งออกเติบโตรุดหน้าอย่างรวดเร็ว บรรดาพ่อค้า ชาวนา รวมทั้งชนชั้นต่างๆพากันหันไปกว้านซื้อหุ้นมาเก็บไว้ แต่หลังนั้นไม่นานเศรษฐกิจก็ดำดิ่งลง  บริษัทน้อยใหญ่ต้องปิดกิจการ แม้แต่ครอบครัวผู้มั่งคั่งอย่างตระกลูคิมก็กำลังเผชิญปัณหาเดียวกัน

 

 

รายได้ของพ่อมีมากมายก็จริง แต่ก็ยังไม่พอหนี้ที่กองท่วมหัวเลย

 

คิมจองซุกมีตำแหน่งเป็นถึงสมาชิกสภา แต่เพราะชื่อเสียงที่ค้ำคออยู่ ทำให้มิอาจบากหน้าไปกู้หนี้ยืมสินใครไ จุนซูเหมือนกันขณะนี้เรียนอยู่มหาวิยาลัยปี3 และช่วงเปิดเทรอหน้าร้อนนี้ เขาได้แต่หาความสำราญไปวันๆ

 

 

        หากรู้แต่แรกคงไม่เรียนมหาวิทยาลัย ออกมาหางานทำซะก็ดีหรือถ้เลือกเรียนนิติศาสตร์แทนที่จะเป็นวรรณคดีอังกฤษ ก็คงพอช่วยอะไรได้บ้าง จุนซูรำพึงอยู่ในใจ

 

                แล้วฮันเกรินผู้ดูแลบ้าน มัวทำอะไรอยู่ล่ะครับ ไม่รู้รึไงว่าครอบครัวเราตกอับเพียงนี้

 

   หากผู้ดูบ้านซึ่งมีหน้าที่คุมบัณชีของครอบครัว ทำหน้ที่ให้ดีก็คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้แน่

 

 ฮันเกริน ลาออกไปแล้วล่ะ พ่อไว้ใจเข้ามากเกินไป การเงินของครอบครัวเป็นอย่างไรไม่เคยถาม ได้แต่ปล่อยให้เค้ากว้านซื้อหุ้นจนเกินกำลัง เป็นเพราะอ่อนหัดในเรื่องเงินๆทองๆน่ะเอง

 

 

 

                     ท่านคิมจองซุกนั่งอยู่ที่โซฟา แหงนหน้ามองเพดานคิดใคร่ครวญถึงเรื่องต่างๆพลางถอนใจ

เฮ้อแล้วครอบครัวเราจะเป็นยังไงต่อไป

 

 

คนที่มีตำแหน่งสมาชิกสภา หากไม่มีทรัพย์สมบัติก็จะกปลดออกจากตำแหน่งทันที และต่อให้ขายหมดทั้งคฤหาสน์และที่ดิน ก็คงไม่พอจะรักษาตำแหน่งไว้ได้อยู่ดี

 

 

                      จะให้ยืมเงินจาบรรดาเครือญาติหรือคนรู้จักก็ทำไม่ได้ แถมยังมียุนอา น้องสาวท่ำลังป่วยให้ดูแลอีกคน ลำพังผมเองถึงไม่มีบรรดาศักดิ์ก็พอเอาตัวรอนได้ แต่น้องที่ป่วยกระเสาะกระแสะ ถ้าต้องมาอยู่ในสภาพตกอับแบบนี้ไม่แย่ไปใหญ่รึครับ

 

 

                   ยุนอา   น้องสาวผู้อายุอ่อนกว่าจุนซู 5 ปี ป่วยกระเสาะกระแสะไม่เคยได้กร่ายออกจากคฤหาสน์แม้เพรียงครั้งเดียว ถ้าบอกเรื่องนี้ให้เธอรู้เธอคงรับไม่ได้ แน่ๆ

 

 

 

แม้แต่ญาติแพร่งพรายให้รู้ไม่ได้  บรรดาเพื่อนฝูงที่สนิทกันก็หยิบยืมมาหมดแล้ว  และถึงขายทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่ยังไม่พอใช้หนี้

 

 

                          .แล้วไม่เหลือใครที่พอจะให้ความช่วยเหลือได้บ้างเลยรึครับ

ท่านคิมของซุกและจุนซูต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด

 

 

 ในทีสุดบรรยากาศเงียบสงบในห้องสุด ก็ช่วยให้คิมจองซุกคิดขึ้นได้

 

จะว่ามี มันก็มีอยู่

 

ใครหรือครับ

 

จุนซู ลูกรู้จักลูกชายตระกูลปาร์คใช่มั้ย เห็นที่จะต้องลองขอร้องเค้าดูแล้วล่ะ ตระกลูปาร์ค ร่ำรวยล้นฟ้าขนาดนั้นรับรองช่วยเราได้แน่

 

 

          ตระกลูนี้  รำรวยขึ้นมาจากธุรกิจการค้า การธคาร มีดอกผลงอกเงยเป็นล่ำเป็นสัน แม้ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำเข่นนี้ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ในระดับแนวหน้าได้ 

 

 

 

               ลูกรู้จักลูกชายของท่าน ซาจิน เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันสมัยมัธยมไม่ใช่รึ เพื่อรักษาชื่อเสียงของพ่อ ช่วยพูดกับเค้าให้ทีได้มั้ย

 

             ให้ผมพูดกับลูกชายของท่านซาจิน เหรอครับ

 

 

ปาร์คยูชอน ลูกชายคนที่สามของครอบครัวปาร์คซาจิน  เรียน ม. ปลายรุ่นเดียงกับจุนซู  ตอนที่อยู่ที่โรงเรียนจุนซูเคยได้ยินคำร่ำลือว่าต่างๆเกี่ยวกับยูชอนว่าเป็นลูกชายตระกลูเจ้าหนี้ หรือไม่ก็เป็นนักเรียนหัวโจกชอบส้รางปัญหา ด้วยเหตูนี้กระมังจึงทำให้ยูชอนมีบุคลิกเป็นผู้ใหญ่เกินตัว

 

 

                  ที่โรงเรียนใช่ว่าจะมีแต่ลูกผู้ดีมีเงิน  นักเรียนธรรดาก้มีอยู่มากแต่ยูชอนก็ยังดูโดดเด่นกว่านักเรียนคนอื่นๆ ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะความมีเสน่ฆ์อันชวนหลงใหลในตัวเขา ที่ติดตรึงใจผู้คนที่ได้พบเห็นแม้เพียงชั่วครู่ก็ตาม

 

                     แต่กับจุนซุนั้นจะเรียกว่าสนิทสนมกับยูชอนก็คงไม่ใช่ ออกจะเขม่นกันอยู่ในทีด้วยซ้ำ

จุนซูมักถูกมองด้วยสายตาไม่เป็นมติร ทั่งที่ยังไม่เคยได้พูดคุยกัน ถ้าให้เอ่ยปากขอยืมเงินจากเขา  ก็คงไม่ได้รับคำตอบที่ระนื่นหูเป็นแน่

 

 

                      ผมไม่ได้สนิทกับเขา  จู่ๆจะให้ไปขอยืมเงิน คงไม่ดีละมังครับ  จุนซูยังลังเล

                         แต่ว่า..”

 

 

ที่จริงเป็นเพราะไม่อยากพบหน้ายูชอน ด้วยมิอาจจะทนสายตาอันเย็นชาจากผู้ชายหล่อเหลาคนนั้นได้มากกว่า

 

 

                        เมื่อนึกถึงภาพของยูชอน  เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่มีอำนาจสะกดสายตาผู้คนนับหมื่น  ยังงี้

กระมังที่เรียกว่าหล่อสมบูรณ์แบบ อย่างที่ผู้ชายทุกคนใฝ่ฝันอยากจะเป็น ไม่ใช่หล่อแบบดาราทั้วไป  รูปร่างสูงโปร่ง  ทำให้ใส่เสื้อผ้าได้รูปผิดกับชาวเกาหลีทั่วไปที่ตัวเล็กแลดูไม่สมาร์ท แถมยังฉลาด เรียนเก่งไปซะทุกวิชา ไม่ว่าจะเป็นณิตศาสตร์  ภาษาต่างๆ หรือแม้แต่ขี้ม้า    ฟันดาบ    ดนตรี ก็ด้วย

 

 

                           ด็วยเหตุนี้ แม้จะถูกนินทาว่าร้ายเพียงใด เขาก็ยังคงมีเสน่ห์เป็นที่สนใจของผู้คนมาโดยตลอด หากต้องถูกผ้ชายหล่อสมบูรณ์แบบอย่างนี้ มองด้วยสายตาชิงชังล่ะก็ จุนซูคงเสียความมั้นใจไปหมดแน่ๆๆ.

                            ยามใดที่สายตาหนุ่มพราวเสน่ห์อย่างยูชอน ประสานขากับสายตาจุนซู สายตาเขามักเปลี่ยนเป็นเครียดขึ้นทุกทีไป

 

                           ดว้ยท่าทีเช่นนี้เอง   ทำให้จุนซู ต้องแส้รงทำเป็นไม่สนใจ และไม่ยอมเฉียดเข้าใกล้เข้าเป็นอันขาดพอนึกถึงเรื่องในอดีตก็พลอยทำให้จิตใจหนักอึ้งขึ้นมาอีก

 

                             TBC                         Chapter  2

 

 

 

 

 

[PG-13] Bubble LOVE [EP.16] Secret Couple

posted on 14 Nov 2009 20:58 by minorupaer  in BubbleLove
Part 16

เท้าเล็กก้าวออกมาจากนอกห้องอย่างระมัดระวัง  เด็กสาวผมประบ่าหันซ้ายหันขวาก่อนจะย่องไปเคาะห้องอื่นที่เธอคิดว่าน่าจะตื่นแล้ว

“ก๊อกๆ”  

สีหน้ามุ่ยๆบ่งบอกถึงความผิดหวังเพราะเจ้าของห้องไม่ยักกะเปิดประตูออกมา
และไม่ว่าจะหันไปมองประตูบานไหนก็เงียบเชียบจนซูยองเบ้ปากเพราะเบื่อหน่าย

“จะทำอะไร”
“ว๊าย ตาเถร”

เสียงถามเย็นๆดังขึ้นด้านหลังหญิงสาว ทำเอาเจ้าตัวสะดุ้งสุดตัว

“ทำ บ้าอะไร เดินไปเดินมาเหมือนขโมย พี่ชายเธอเค้าไม่กลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ไม่ต้องมาหาหรอก แล้วบ้านนี้บ้านชั้น เลิกเดินไปเดินมาบ้านคนอื่นซะที”

สิ้นเสียงของชางมิน ซูยองก็ได้แต่ยืนอ้าปากหวอเพราะเถียงอะไรไม่ออก
หญิงสาวที่เกรงใจผู้เป็นเจ้าของบ้านเลยเดินหายเข้าไปในห้องของพี่ชายตัวเอง
เพื่อหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาก่อนจะคว้าจักรนยานของจุนซูที่ซื้อมาใหม่แต่ไม่เคยขี่สักครั้งปั่นออกไปหน้าตาเฉย


เมื่อเห็นคนแปลกหน้าออกนอกบ้านไปแล้วชางมินก็ก้าวเท้าไปหยุดที่หน้าประตูห้องจุนซู

ปัง! ปัง! ปัง!

แทนที่จะเป็นเสียงเคาะประตูแบบชาวบ้าน ชายหนุ่มรูปงามกลับเอามือทุบประตูเหมือนตั้งใจแกล้งคนข้างใน ....

ปัง! ปัง! ปัง!

เท้าเล็กๆเลื่อนออกมาจากผ้าห่มสีขาวเพราะคนข้างๆสะดุ้งเสียงประตูด้านนอก

“ใครวะ” ยูชอนสบถแบบสะลึมสะลือ ก่อนจะผลักหน้าของคนที่นอนหนุนแขนเค้าทั้งคืนออกไปเบาๆ  
พอเดินไปเปิดประตูได้ ไม่ทันจะเงยหน้ามองว่าคนใจร้ายที่มาเคาะประตูแต่เช้าเป็นใคร หมัดหนักๆก็เสยเข้าให้ที่โหนกแก้ม

ผลั๊ก!!!!

“ไอ้เวร!!!”

ยังไม่ทันที่ปาร์คยูชอนจะลุกจากพื่น เสียงคำรามดังลั่นก็ดังตามมา พอเริ่มตื่นเต็มตา
ค้าถึงรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่อีกฝ่ายมอบให้ และตามมาด้วยความเจ็บปวดที่ลำตัวอีกระรอก

ผั๊วะ!!  ผลั๊ก!!

ทั้งมือทั้งเท้ากระหน่ำลงที่ร่างขาวที่ที่มีแต่บ๊อกเซอร์ตัวเดียวอย่างบ้าคลั่ง

“ไม่ๆ ชางมิน ไม่ อย่าตีเค้า”

ร่างเล็กๆๆปราดมาที่ตัวยูชอนอย่างรวดเร็ว..
คุณอาจจะคิดว่าคนที่วิ่งเข้ามาปกป้องเป็นเจ้าของห้องร่างเล็กที่นอนอยู่ที่เตียงกับปาร์คยูชอนเมื่อกี้แต่ปล่าวเลย...

“พี่หลบไป” ชางมินคำรามพลางยื้อแขนแจจุงให้ลุกขึ้น
ไม่รู้วิ่งมาอีท่าไหนถึงได้จังหวะเสียบส้นเท้าใส่พอดี

“ไม่ ชั้นไม่หลบ แกมาตีแฟนชั้นเรื่องอะไรวะ” แจจุงหันไปด่าทั้งๆที่สีข้างพึ่งจะถูกน้องเสียบส้นเท้าใส่
“แฟนพี่ มันมาทำห่าอะไรในห้องจุนซู ไอ้เวร แกปล้ำแฟนชั้นใช่ไหม มึงตาย!!!!”

สิ้นเสียงด่าหยาบคาย หมอนใบโตก็ถูกฟาดเข้าที่หัวชางมิน

ผั๊วะ!!

มือเล็กปาดน้ำตาที่ข้างแก้มก่อนจะสาวเท้ามาประชิดตัว
คิม จุนซูที่ใส่เสื้อนอนกลับหลังเดินเข้ามาผลักชางมินออกไปนอกห้องก่อนที่เจ้าตัวจะได้สติ  
พอก้าวพ้นห้องชางมินก็ถูกลากเข้ามาในห้องตัวเองด้วยมือเล็กๆ ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะมีพลังมากพอ
ที่จะลากคนตัวโตๆอย่างชางมินได้อย่างง่ายดาย

“นายตีเค้าทำไม”
จุนซูที่หันหลังให้ถามขึ้นเบาๆ แต่คนข้างหลังกลับทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นจนหลังกระแทกประตูเสียงดังสนั่น
ร่างที่ก่อนหน้านี้เคยแข็งแกร่งกลับสั่นไหวเพราะแรงสะอื้น ถึงจะไม่ได้ร้องไห้ออกมาเสียงดังเหมือนเด็กๆ
แต่คนที่อยู่ภายในห้องเดียวกันก็รับรู้ถึงความผิดหวังรุนแรง

“ทำไมไม่บอกชั้น บอกชั้นสิ ถ้านายต้องการอะไร เพียงแค่นายบอกชั้น....”ชางมินพูดพลางเอาใบหน้าซุกไว้ที่หัวเข่าของตัวเองทั้งน้ำตา
“ชั้น...” จุนซูค่อยๆหันมาแล้วนั่งข้างๆอย่างรู้สึกผิด
“นายชอบเค้ามากถึงขนาดนั้นทำไมไม่บอกชั้น นายปล่อยให้ชั้น...ฮึก...นายมันแย่ที่สุด”
“ชางมินชั้นขอโทษ...” มือเล็กๆเอื้อมมาลุกหัวคนตัวโตเบาๆ แต่อีกฝ่ายกลับสะบัดหน้าหนี
“ชั้นไม่ได้...มีอะไร อย่างที่นายคิด” ปากบางๆพยายามสรรหาคำพูดเพื่ออธิบายกับคนข้างกาย
“นายปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเค้า นาย...ชอบเค้า”

ชางมินหันมาพูดอีกครั้ง คราวนี้จุนซูได้เห็นเต็มสองตาว่าคนตัวโตๆที่หยิ่งยะโส
ดูน่าสงสารแค่ไหนเมื่อมีแต่คราบน้ำตาเปื้อนเต็มหน้า ตาโตๆบวมช้ำ และยังเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา
แขนเล็กๆโอบเข้าที่ตัวของชางมินเบาๆอย่างเวทนา เค้าไม่รู้เลยว่าคนอย่างชางมินจะเสียอกเสียใจกับความพลั้งเผลอของเค้า
เค้าจะบอกได้ยังไงว่าเค้าเป็นฝ่ายรุกยูชอนเอง....


-----------------------------------------------------------------------------------------------------


อีกห้องหนึ่งที่มือเล็กๆของแจจุงยังคง ลูบไปตามใบหน้าของคนที่ได้ชื่อว่า”แฟน”อย่างทนุถนอม
แต่อีกฝ่ายกลับเบือนหน้าหนีเหมือนไม่ต้องการ
ตั้งแต่เมื่อคืน แจจุงไม่ได้นอนเลยสักตื่นเพราะได้แต่คิดกลุ้มกับ”คนๆนั้น”
ที่ย่ำยีชีวิตเค้าจนปวดไปทั้งตัว คนๆนั้นทิ้งให้เค้านอนเหมือนคนที่ตายทั้งเป็นอยู่ข้างๆยันเช้า
พอได้ยินเสียงทุบประตูของชางมิน แจจุงก็รีบวิ่งออกมาจากห้องเพราะตกใจ
เมื่อเห็นประตูเปิดออกพร้อมยูชอน แจจุงแทบจะเป็นลมไปซะให้ได้ เพราะห้องนั้นมันควรจะมีจุนซูเพียงคนเดียว...

ตอนนี้ห้องทั้งห้องเงียบสนิทเพราะแจจุงไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงกับยูชอน ทั้งๆที่เค้าควรจะฟ้องคนตรงหน้าว่าถูกคนๆนั้น ขืนใจจนแทบบ้า

“ไปไหนมาทั้งคืน” ยูชอนเริ่มถามเสียงไม่ต่างจากกระซิบ
“อยู่ที่ห้อง ชั้นกลับมาตอนสองทุ่ม…แล้วยุนเค้า”
“เค้าทำไม”
“เค้าแอบอยู่..ในห้องของชั้น... แล้วเค้าก็ ....ฮึก...ยูชอน ชั้น..ชั้น”

อันที่จริงอีกฝ่ายไม่ต้องอธิบายอะไร ท่าทีของแจจุงก็บอกกับตัวเค้าเองตั้งแต่แรกว่า
คนตรงหน้าไม่ได้นอนทั้งคืนและเนื้อตัวมีแต่รอยช้ำและ..รอยแดงตามคอลามมาถึงเนินอก

“อยากไปจากที่นี่ไหม” ยูชอนที่มองหน้าแจจุงที่ตอนนี้พร้อมที่จะร้องไห้ออกมา

เสียงถามด้วยความห่วงใย... ถ้าเป็นคนอื่น อาจจะวิ่งเข้าไปซัดยุนโฮที่นอนอยู่ในห้อง หรือไม่ก็วิ่งหนีแจไปแล้วก็ได้
แต่ยูชอนพอจะเข้าใจสถานการณ์ได้ดีว่าอีกฝ่ายต้องการความห่วงใยมากกว่าให้เค้าสร้างปัญหาเพิ่ม

แจจุงมองยูชอนอย่างนึกไม่ถึงว่าคนตรงหน้าจะเข้าใจความต้องการลึกๆที่จะหนีไปจากที่นี่ของเค้า
อีกไม่นานเค้าจะต้องเจอซูยอง และยุนโฮอีกครั้ง ทั้งๆที่เค้าไม่อยากเจอทั้งสองคน อีกแล้ว....

ร่างบางๆกระเถิบมาใกล้ยูชอน ก่อนจะซุกหน้าลงไปที่อกของอีกฝ่ายทั้งน้ำตา..
“ไปสิ ไม่ว่านายจะพาชั้นไปไหน เราก็จะไปด้วยกัน...”


------------------------------------------------------------------------------------------------------------


“ผมควรทำยังไง”  

ผมถามตัวเองทั้งๆที่นอนหลับตาอยู่ ผมคิดไม่ออกว่าหลังจากลืมตาขึ้นมาแล้ว ผมจะเจอคิมแจจุงด้วยความรู้สึกแบบไหน
มือเรียวยาวค่อยๆลูบหน้าตัวเองเบาๆพลางคิดหวนไปถึงเสียงกรีดร้องเมื่อคืน...

“ฮือ ปล่อยชั้น ยูชอน.. ช่วยด้วย ..”

ผมรู้ตัวดีว่าผมบันดาลโทสะหลังจากได้ยินชื่อปาร์คยูชอน ผมตบเข้าที่แก้มขาวๆนั่นเสียงดังลั่นห้อง
มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมทำร้ายแจจุง ผมเคยทำร้ายทุบตีเค้ามามากกว่านั้นอีก

แต่มันต่างกันตรงที่ผมไม่ได้โกรธเค้าเรื่องน้อสาว แต่ผม...คงเกลียดที่เค้ามีคนอื่น  
ผมไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกันว่า สิ่งที่ผมทำกับเค้าเมื่อคืนมันไม่ต่างอะไรจากการข่มขืน...

“ไม่เอา ไม่ ขอร้องยุน อย่าทำแบบนี้กับชั้น พระ.....เจ้า ...ฮืออออออ..ยุนโฮ ขอร้องปล่อยชั้น ไม่เอา....”

คิม แจจุงที่ผมรู้จักเค้าไม่เคยเชื่อในเรื่องของพระเจ้าหรือศาสนาไหนในโลก แต่เมื่อคืน เค้ากลับวิงวอนขอร้องไปถึงพระเจ้าที่เค้าไม่เคยรู้จัก....

ดวงตากลมๆลืมขึ้นและกระพริบถี่เพื่อไล่ความรู้สึกแย่ๆออกไป
จอง ยุนโฮที่ตอนนี้นอนเหมือนคนไร้วิญญาณบนเตียงของคนที่เค้าพรากความไว้เนื้อเชื่อใจและความรักไปจนหมด
หน้าผากเล็กๆย่นเข้าหากันเพราะความคิดอันเจ็บปวดมันตอกย้ำตัวเค้าเองว่า.....

ถ้าเค้าไม่ทำร้ายแจจุงเมื่อคืน สิ่งที่คิมแจจุงลังเลอยู่ในใจระหว่างความรักที่เหลืออยู่กับจองยุนโฮ
และความรักที่ค่อยๆผลิบานกับปาร์คยูชอน..........บางทีแจจุงอาจจะกลับมาหาเค้าเองก็ได้
เค้าแอบมองเห็นสายตาของแจที่ยังมีเค้าอยู่เสมอ เพียงแต่...เค้าคิดมันไปเองรึปล่าว


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ผมจะทำยังไงได้ในเมื่อคนที่ผมรักพาผู้ชายคนอื่นเข้าห้อง

“ชางมิน อย่า!!”

เสียงกรีดร้องและร่างเล็กๆที่ปราดเข้ามาขวางลำแข้งผมไว้ทำเอาผมสะดุ้ง
คิมแจจุงวิ่งมาจากด้านหลังของผมแล้วคว้าตัวปาร์คยูชอนไว้  

ปกป้องมันทำไม!!! ผมคิดจะเตะมันให้กระเด็นทั้งคู่ด้วยซ้ำ
โทษฐานที่คิมแจจุงไม่ดูแลแฟนตัวเองให้มันมาวุ่นวายกับคนที่ผมรัก...จุนซู

คิมจุนซู ฟาดหมอนใส่หัวผมจนมึน แล้วคว้ามือผมเข้ามาในห้องนอนของผมเอง
ตอนแรกเค้าไม่พูดอะไรได้แต่หอบแฮกๆเพราะต้องลากผู้ชายสูง 186 ให้เดินตามมา...
ผมมองหน้าแดงๆของเค้าแล้วเริ่มคิดมาก สารรูปเสื้อผ้าที่เค้าใส่ทำให้ใจผมเริ่มปวดตุ๊บๆ  
เสื้อนอนที่ควรจะใส่เอากระดุมเสื้อมาด้านหน้าก็ดันไปอยู่ข้างหลัง....ไอ้เวรปาร์คยูชอนมันทำอะไรกับจุนซู

ผมมองหน้าเค้าได้แปบเดียวก็ต้องยอมแพ้กับน้ำตาที่มันไหลออกมาเหมือนเขื่อนแตก
ผมกั้นมันไว้ไม่อยู่ ...กับคนๆนี้ ......คนตรงหน้าผม ....ผมต้องมานั่งร้องไห้น้ำตาเช็ดหัวเข่าต่อหน้าเค้าเหมือนสาวแตก

ไม่รู้เพราะอะไร แต่ที่แน่ๆ เค้าก็เดินมากอดผมไว้อย่างอ่อนโยนแล้วเอ่ยคำว่า “ขอโทษ”
ผมจะใจแข็งได้ยังไง ในเมื่อคนที่ผมโหยหาความอ่อนโยนมาตลอดกำลังกอดผมอยู่ตอนนี้
ผมจะหนีความจริงที่ผมไม่อยากให้เค้าปล่อยอ้อมแขนนี้ไปจากผมเลย ผมจะต้องทนกับอะไรบ้าง
ถ้าผมจะรักเค้าหมดทั้งหัวใจ........ ถ้าผมต้องการคนๆนี้ตลอดไปโดยไม่สนว่าเค้าจะทำร้ายผมมากแค่ไหน...

“ปล่อยชั้นเถอะ” ผมบอกเค้าทั้งๆที่มันค้านกับหัวใจ ผมกลัว...กลัวว่าถ้าเค้าเป็นฝ่ายปล่อยผมก่อน ผมจะทนมันไม่ได้

จุนซูมองหน้าผมด้วยดวงตากลมๆที่ไม่ได้โตไปกว่าเด็กเล็กๆเลย แก้มแดงๆของเค้าอยู่ใกล้จมูกผมเพียงนิดเดียว
แค่ผมขยับตัว แค่...เพียงเล็กน้อย ร่างทั้งร่างของเค้าก็มาอยู่ในมือของผม แต่ผมจะทนความรู้สึกที่คิดอยู่เสมอว่าเค้ารักคนอื่นได้หรอ
ถ้าผมเอื้อมมือไปหาเค้า ผมจะต้องเจ็บปวดมากกว่าตอนนี้อีกกี่เท่า...


ถึงแม้ผมจะพูดไปอย่างงั้น แต่มือเล็กๆของเค้าก็ยังอยู่ที่ไหล่ของผม ตอนนี้ตัวทั้งตัวของเค้ามากองอยู่ที่ตักผม
ขาสองข้างของจุนซูชันพื้นและคร่อมตักผมอยู่ มันล่อแหลมกับการเนื้อเสียตัวอย่างไม่ต้องสงสัย
ผมพยายามจะแยกให้ออกระหว่างอารมณ์ทางเพศที่ร่างกายของผมมันไม่รู้จักเวลาร่ำเวลา
กับความน้อยเนื้อต่ำใจที่ผมมีต่อจุนซู...  

-------------------------------------------------------------------


ใบหน้าเหรอหราเหมือนไม่รู้ว่าตัวเองทำให้คนที่นั่งพิงประตูอยู่คิดอะไร
เป็นครั้งแรกที่จุนซูดื้อและไม่ยอมปล่อยชางมินไปง่ายๆ เวลาที่จุนซูรู้สึกผิดขึ้นมา
ถ้าเค้าไม่ได้รับคำตอบว่าให้อภัยเค้าแล้ว คนๆนั้นไม่มีทางถูกปล่อยไปเป็นอิสระแน่นอน

“นายหายโกรธชั้นรึยัง”  จุนซูถามทั้งๆที่เห็นตาโตของฝ่ายตรงข้ามยังแดงกล่ำ
“อืม” ชางมินตอบเหมือนตัดรำคาญเพราะวินาทีนี้ถ้าจุนซูยังนั่งคร่อมเค้าอยู่ เค้าอาจจะจับคนตรงหน้ากดลงพื้นแน่ๆ
“แล้วนายคิดมากเรื่องชั้นกับยูชอนทำไม” จุนซูที่ยิ่งขยับเข้าหาชางมินจนตัวแทบจะติดกันเป็นปาท่องโก๋อยู่แล้ว
“ยูชอนหรอ นี่สนิทกันถึงขนาดเรียกกันห้วนๆเลยนะ” ชางมินแขวะทั้งๆที่ตากลมเหล่ไปที่ตนคอของอีกคนด้วยใจเต้นระทึก
“ก็เค้าอายุเท่าชั้นนี่ เค้ากับชั้นเป็นเพื่อนกันนะ” นิ้วเล็กๆไขว้กันไว้ด้านหลังตัวเองเพราะรู้สึกผิด..
เหมือนเด็กอนุบาลไม่สามารถโกหกเพื่อนได้อย่างสนิทใจ
“เพื่อนหรอ” ชางมินเริ่มมึนๆกับคำตอบจุนซู
“ใช่ เมื่อวานเราดื่มกันนิดหน่อยเค้าเลยเมาหลับไปในห้องชั้น แต่เราไม่ได้มีไรกันเลย” (จริ๊งๆ ไม่ได้โม้) เสียงในใจจุนซูแทบจะระเบิดออกมา
แบบสมลักษณ์ คำสิงค์ แต่ตอนนี้คนตรงหน้ากลายเป็นคนสำคัญที่จุนซูไม่อยากให้เสียใจจนร้องไห้ออกมาเป็นครั้งที่สอง
ถึงไม่รุ้ว่าจะโม้ไปเพื่อให้คนตรงหน้าสบายใจไปทำไม แต่เมื่อเห็นตาเศร้านั่น คิมจุนซูก็โม้ออกไปอย่างอัตโนมัติ

จุนซูตอบแล้วมองหน้าชางมินที่เลิกคิ้วถามประมาณว่า “จริงหงะ” จุนซูก็เลยพยักหน้ารัวๆแบบเด็กกลัวจะโดนจับผิด
แล้วโถมตัวเข้ากอดชางมินเหมือนเทเลทับบี้โอ๋กัน แต่มันไม่ยักกะน่ารักแบบเทเลทับบี้
เพราะอีกฝ่ายเริ่มจะไม่ไหวกับผิวเนียนๆที่แนบเข้ามาหาอีกครั้ง.. คนตัวเล็กก็เลยได้ฤกษ์เสียตัวกับ ชิม ชางมินเป็นครั้งที่สอง

“เดี๋ยวๆ ชั้นยังไม่ได้แปรงฟัน” จุนซูโวยวายเมื่อชางมินเริ่มซุกไซร้ไปตามลำคอขาวๆของตัวเอง
“ช่างมัน!!!” ชางมินบอกเสียงดุพลางดันสะโพกของอีกฝ่ายให้ขึ้นมาแนบชิดยิ่งขึ้น
จุนซูที่เป็นฝ่ายนั่งทับชางมินไว้ด้านบน เริ่มหวั่นใจกับวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง
เพราะไม่แน่ใจว่าจะทำอะไร อีท่าไหน เพราะไม่เคยซ้อมท่านี้เอาไว้ (ปกตินี่คือซ้อมท่าเบสิกไว้เผื่อเสียตัว-*-)


“อ๊ะ!”  พอเครื่องเริ่มร้อน คิมจุนซูที่ตอนนี้อยู่ด้านบนเริ่มครวญครางเพราะอีกฝ่ายรุกหนักไปถึงเนินอก
“อึก...อ๊ะ...ชะ ..ชาง มิน....ตะ  ...ต้องตรงนี้เลยหรอ”
เสียงเล็กถามอย่างหวั่นๆว่าจะต้องเล่นท่ายากแบบยิมนาสติกลีลาใหม่เพราะตอนนี้นอกจากต้องชันเข่าคร่อมตัวอีกฝ่ายแล้ว
หลังเล็กๆก็เริ่มจะปวดตุ๊บๆเพราะต้องคอยเบี่ยงตัวไปมาเพราะความรู้สึกวาบหวามที่อีกฝ่ายมอบให้จากริมฝีปากที่ระดมจูบไปทั่ว
“ขาชั้นพิการไปแล้ว ไม่มีแรงปีนขึ้นเตียงหรอก คิดว่าตัวเองหนักสักเท่าไหร่ฮะ”

ชางมินที่เหลือบมองตาเล็กที่วิงวอนขอความสะดวกสบายมากกว่านี้ แต่เรื่องอะไรเค้าจะต้องแบกจุนซูไปที่เตียง
ในเมื่อเค้าอยากจะลองอะไรใหม่ๆบ้าง
“ฮือ ..อา ไม่ไหวแล้ว” จุนซูที่จิกไหล่อีกฝ่ายแน่นเพราะรู้สึกแน่นไปหมดเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายแทรกตัวเข้ามาในตัวเค้าตอนไหน
มันไม่เหมือนครั้งแรกที่ชางมินหลอกให้เค้านับ 1 ถึง 100 เพราะคราวนี้ อีกฝ่ายรู้ดีไปซะหมดกับร่างกายของเค้า

ไม่ ว่าจะเป็นมือเบาๆที่ไม่รู้ว่าถอดเสื้อเค้าตอนไหน  แล้วตอนนี้..ด้านล่างนั่น ..มันถูกล่วงล้ำอย่างที่เจ้าตัวแทบไม่รู้สึกถึงความเจ็บอย่างเช่นครั้งแรก
จะมีก็แต่ความรู้สึกรุ่มร้อนจนแทบจะกรีดร้องออกมา แต่เพราะกระดากอายเกินกว่าจะทำได้ ปากเล็กจึงได้แต่เม้มแน่น  
เมื่ออีกฝ่ายจับทางได้ว่าจุนซูเริ่มจะคุ้นชินที่จะเป็นฝ่ายควบคุมอยู่ด้านบน  นิ้วเรียวยาวจึงไล้ไปตามกลีบปากบางที่เม้มไว้
เพราะกลัวจะต้องส่งเสียงน่าอายออกมา  เมื่อได้รับสัมผัสจากนิ้วเรียว สายตาก็สบเข้ากับคนที่ยิ้มกริ่มออกมาด้วยความสุข

“อะ..อะไร” จุนซูถามเสียงสั่นสะท้าน
“ทำไมไม่ร้องออกมา” ใบหน้าฉายแววเจ้าเล่ห์ยิ้มให้ระหว่างถาม
“ไม่..แฮ่ก ..แฮ่ก ....ไม่เอา เดี๋ยว....เสียงดังออกไปข้างนอก”

พอตอบออกไปตามตรงคนตรงหน้าก็หัวเราะคิกคักราวกับมันตลกจนกลั้นเอาไว้ไม่ได้
คิมจุนซูเริ่มหมั่นไส้ปากที่ยิ้มกวนบาทานั่นเต็มที ปากเล็กๆเลยยื่นเข้าประกบเข้าไปที่รอยยิ้มเยาะเย้ยนั่นซะ

ฝ่ายที่ตกใจเลยกลายเป็นชางมินที่ตอนนี้เรี่ยวแรงที่จะอดทนฝืนให้อีกฝ่ายไปถึงสวรรค์ก่อนเริ่มจะเหลือน้อย
ความพยายามอดกลั้นเลยตบะแตกเพราะปากเล็กๆที่ตรงเข้ามาดูดกลืนลมหายใจเค้าอย่างดุดัน
ลิ้น เล็กๆเข้าไปสัมผัสจนทั่วปากของอีกฝ่ายอย่างเร่งเร้า พอๆกับด้านล่างที่กระแทกกระทั้นจนหมดสิ้นความเดียงสาที่เคยมี  ในเมื่อมัน ไม่เจ็บอีกแล้ว
เพราะชางมิน มอบแต่ความอ่อนโยนและโอบอ่อนผ่อนตามร่างกายเค้าอย่างเข้าใจ ไม่เร่งเร้าจนเค้าเจ็บตัวเลยสักครั้ง..

“อ่า จุนซู...อ๊ะ” ร่างเล็กกระตุกเกร็งก่อนจะปลดปล่อยความสุขที่เอ่อล้นออกมาเต็มหน้าท้องของคนที่อยู่เบื้องล่าง  
พอแน่ใจว่าคนรักสุขสมแล้วชางมินก็ค่อยๆปลดปล่อยมันเข้าไปในตัวของจุนซูอย่างไม่รอช้า
ร่างเล็กๆโอบกอดและดันร่างใหญ่ให้ไหลลงมานอนกองแนบพื้นพรมหยาบๆ ก่อนจะมอบจูบให้เป็นของขวัญอีกครั้ง
แล้วซุกหน้าไปที่อ้อมอกอุ่นๆด้วยความสุขล้น


ใช่...มันอาจจะไม่จบแค่ทั้งสองคนต่างรักกันเหมือนนิยายเอาใจแม่ค้า

เพราะตอนนี้คิม จุนซูไม่ค่อยแน่ใจว่าต้องการอะไรมากกว่ากัน

ระหว่างความอบอุ่นและเข้าอกเข้าใจ พร้อมรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนของยูชอน

และความต้องการทางร่างกายที่มันรุมเร้าให้เค้าอยากได้จากมันไม่มีที่สิ้นสุด จากชางมิน

ถ้าเค้าต้องการมันทั้งสองอย่างหละ.....

[PG-13] Bubble LOVE [EP.15] Secret Couple

posted on 13 Nov 2009 01:21 by minorupaer  in BubbleLove
Part 15
 
 
ร่างเล็กๆเดินตามคนสูงที่จูงเค้ากลับบ้านอย่างว่าง่าย ชางมินเดินไปผิวปากไปเบาๆตลอดทาง
แจจุงที่กำลังใจลอยไปกับเสียงเพลงจากริมฝีปากของคนที่เดินนำหน้าอมยิ้มน้อยๆอย่างพอใจ
เมื่อถึงบ้าน มือที่เคยจับมือเล็กๆของเค้าไว้ก็ปล่อยออกทันที
“พี่ไปนอนเถอะนะ ผมว่านายนั่นคงยังไม่กลับมาหรอก” ชางมินยิ้มให้ร่างบางก่อนจะเดินนำเข้าบ้านไป
แจจุงไม่เห็นยูชอน....
เพราะอีกฝ่ายยังคงนั่งฟังเสียงเจื้อยแจ้วของเจ้าตัวเล็กไปเรื่อยเปื่อยจนลืมเวลา ขาเล็กๆก้าวเข้าไปที่ห้องนอนตัวเองอย่างเหนื่อยล้า
มือข้างนึงกำลังจะเอื้อมไปเปิดไฟในห้องอย่างเคยตัวแต่กลับมีมือใหญ่ๆมาคว้ามันไว้ก่อนจะถึงสวิชต์

มือนั้นลากเจ้าของห้องไปที่ห้องน้ำภายในห้องแล้วกระแทกประตูปิดอย่างรวดเร็ว
แจจุงไม่ทันได้ตั้งตัวจึงมึนงงไปหมดกับสิ่งที่ถูกกระทำ มือเล็กๆพยายามเปะปะไปทั่วพื้นห้องน้ำที่ตัวเองนั่งทรุดนั่งอยู่
แสงสว่างเพียงน้อยนิดไม่ได้ช่วยให้เค้าหลีกหนีจากคนตัวใหญ่ที่ถือวิสาสะเข้ามาใกล้เลย
ปากเล็กถูกบดขยี้อย่างรวดเร็ว มือเล็กๆพยายามดันเจ้าของริมฝีปากที่คุ้นเคยนั่นทันที
แต่หมดโอกาส... ร่างกายที่ดิ้นพร่านและขัดขืนรุนแรงไม่ขยับออกไปจากพื้นตรงนั้นเลย
แต่กลับถูกอ๊กฝ่ายกดให้หลังเบียดติดกำแพงยิ่งขึ้น
“อ๊ะ.. “ เสียงครางเบาๆเพราะรสสัมผัสนั้นทำให้คนตัวเล็กเผลอตัวออกมาอย่างหน้าไม่อาย
มือไม้ที่เคยผลักดันก็จิกลงไปที่แขนล่ำสันอย่างอดไม่ได้
“อย่า..อ๊ะ” เสียงครวญครางครั้งที่สองมาจากลิ้นนุ่มๆที่สัมผัสกับลำคอเรียวระหงส์
มือไม้หมดแรงทันทีที่ได้รับสัมผัสนั้น ปากของอีกฝ่ายระดมความเป็นเจ้าของด้วยรอยแดงไปทั่ว
ปลายลิ้นนั้นทำงานไปตามเจ้านายของมันและมาหยุดอยู่ที่ยอดของเนินอกนั่น
“ยุน ยุน อย่า ฮือ อย่า” เจ้าของอกเรียบเนียนร้องเบาๆพร้อมน้ำตา
แต่ไม่ช่วยให้อีกฝ่ายปล่อยตัวเค้าอย่างที่เคยเป็นก่อนหน้านี้
แต่มันกลับสร้างอารมณ์กระหายให้อีกอีกฝ่ายมากขึ้น
เสื้อคอกว้างที่ก่อนหน้านี้ถูกดึงรั้งไปมา บัดนี้ถูกกระชากอย่างไม่ไยดี
เจ้าของเสื้อกรี๊ดร้องก่อนจะเสือกตัวไปข้างๆเพื่อหลบพันธนาการนั่น
“ฮึ” เจ้าของร่างใหญ่เค้นเสียงดุดันออกมาเพียงแค่นั้น
ก่อนจะยกคนตัวเล็กขึ้นจากพื้นตัวลอย ประตูห้องน้ำถูกเปิดออกพร้อมกับร่างที่ดิ้นอยู่ในอ้อมแขนของอีกคน
ปั๊ก!!!

ร่างกายที่ถูกกระแทกลงกับเตียงบิดด้วยความอาการจุก ขายาวๆก้าวเข้ามาคร่อมอีกคนไว้อย่างรู้ทัน
ก่อนที่อีกคนจะมีเรียวแรงคลานหนี เจ้าของแววตาดุดันมองคนที่นอนอยู่อย่างไรความปราณี
เสียงร้องครางของอีกฝ่ายด้วยความเจ็บปวดที่หลังและเอวทำให้เค้าหมั่นไส้ขึ้นมาซะเฉยๆ

“กี่คนแล้วที่นายทำเป็นดีดดิ้นแบบนี้ คิมแจจุง” เสียงเหี้ยมเอ่ยขึ้นพร้อมเชือกในมือที่เตรียมไว้ก่อนหน้า
มัดข้อมือของร่างเล็กทั้งสองข้างเข้าด้วยกันแล้วโยงไปที่หัวเตียงเหล็กลายเถา
“ฮือ ปล่อยชั้น ยูชอน.. ช่วยด้วย ยู..”
เพี๊ยะ!! เสียงฝ่ามือฝาดลงที่ใบหน้าเล็กด้วยความโมโห ก่อนจะกระชากกางเกงยีนส์ของนักโทษบนเตียงออกอย่างรุนแรง
ตะขอกายเกงและซิบเปิดเปิงก่อนจะถูกกระชากสู่พื้นเบื้องล่างด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล

“ไม่เอา ไม่ ขอร้องยุน อย่าทำแบบนี้กับชั้น พระ.....เจ้า ...ฮืออออออ..ยุนโฮ ขอร้องปล่อยชั้น ไม่เอา....”
เสียงคร่ำครวญที่แหบแห้งและไม่ได้เบาไปกว่าเสียงกระซิบร่ำร้องขอความเมตตา
หน้าท้องขาวถูกอีกฝ่ายจับจองด้วยริมฝีปากที่บดขยี้ไม่ยั้ง
เสียงที่เคยร่ำร้องสะอึกสะอื้นขาดหายไปเป็นช่วงๆเพราะอารมณ์หลากหลายที่ได้รับ
ความรู้เสียวซ่าน และความทารุณโหดร้ายที่อีกฝ่ายมอบให้
ไม่ช้าริมฝีปากเดิมก็ประกบเข้ากับริมฝีปากบางๆอีกครั้ง
แต่คราวนี้อีกฝ่าย..ที่ร้องขอความเมตตากลับตอบรับมันเป็นอย่างดีตามอารมณืที่อีกฝ่ายมอบให้
หน้าท้องเนียบถูกอีกฝ่ายทาบร่างลงมาชวนวาบหวิว เสียงสูดลมหายใจรุนแรงให้สัญญาณกับคนตัวเล็กที่หลับตาปี๋
เพราะกึ่งกลัวกึ่งทรมาน “สิ่งนึง” ที่ครั้งนึงคิมแจจุงเคยได้รสสัมผัสมันมาก่อน
มันถูกบดเบียดเข้าไปในร่างเล็กๆโดยไม่ให้เค้าเตรียมตัว
“เฮือก!!” เสียงครางอย่างใจหาย บ่งบอกถึงการถูกรุกรานเบื้องล่าง
“อ่า...” เสียงครางเบาๆของคนเป็นฝ่ายกระทำดังขึ้นอย่างสมใจ
ขาเรียวถูกยกขึ้นติดอกจนปวดไปหมดทั้งตัว แรงกระแทกกระทั้นที่บ่งบอกถึงความเอาแต่ใจของคนควบคุมเป็นไปอย่างคุ้นเคย
มันไม่เหมือนสิ่งที่แจได้รับจากยูชอน มันรุนแรงและเร่าร้อนกว่าหลายเท่า
บางทีอาจจะมากกว่าตอนที่เค้าคบกับยุนอยู่ก็ได้เพราะอีกฝ่ายทำมันด้วยอารมณ์เคียดแค้น
แจจุงไม่รู้ว่าตัวเองยอมรับการขืนใจแบบนี้ได้ยังไง ทั้งๆที่เค้าควรจะดีดดิ้นและหลบหนี
แต่ร่างกายมันกลับโอนอ่อนผ่อนตามอีกฝ่ายไปตามจังหวะนั้น
ไม่นานฝ่ายที่อยู่ด้านบนก็กดตัวลงมาที่ร่างเล็กแล้วประทับริมฝีปากลงมาที่ปากเล็กๆอีกครั้ง
แต่คราวนี้มันไม่ไดรุนแรง แต่กลับให้ความรู้สึกเสียวแปร๊บไปที่หัวใจ
ลิ้นอุ่นๆสอดเข้าไปดูดดื่มปากเล็กๆอย่างกระหาย เหมือนจะดูดเอาลมหายใจของแจจุงไปจนหมด
“อื้ออออ ฮักๆ หาย..ใจ..ไม่ออก...” คนตัวเล็กคร่ำครวญเสียงอู้อี้ แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจมัน
เค้าเร่งเร้าให้ถึงจุดหมายที่เบื้องล่างและดูดกลืนลมหายใจอีกฝ่ายด้วยริมฝีปากอย่างไม่รู้จักพอ
คิมแจจุงได้รับสัมผัสที่เร่าร้อนและรุนแรงจนแทบทนไม่ไหว เสียงกรีดร้องออกมาเป็นช่วงๆดังขึ้นเรื่อยๆ จนดังไปถึงนอกห้อง ...
-----------------------------------------------------------------------------------------

ใครบางคนที่ก่อนหน้านี้ตั้งใจจะเดินตามหาคิมจุนซู ยืนกุมขมับอยู่ที่ประตูห้องแจจุงพลางถอนใจ
ชางมินรู้ดีว่าในห้องคงกำลังเผาถ่านกันแหงๆ ตอนแรกเค้าคิดจะไปช่วยแจจุงทันทีที่ได้ยินเสียงกรีดร้องเมื่อครึ่งชม.ที่แล้ว
แต่หลังจากเสียงครางอย่างพึงพอใจดังตามมาเค้าก็รู้ดีว่าหมดทางช่วยเหลือพี่ชายคนสวยในห้องแล้ว

“บ้านกูจะเหลือแต่ตอตะโกไหมวะเนี้ย”
ชางมินส่ายหัวกับถ่านไฟเก่าที่รุกโชนหลังประตูก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องตัวเอง
โดยไม่เห็นแสงไฟที่ลอดออกมาจากห้องจุนซูแม้แต่น้อย
เค้า ไม่ไปเคาะห้องนั้นเพราะคิดว่าจุนซูคงหลับอยู่ และไม่อยากเซ้าซี้เพราะเริ่มไม่มั่นใจในตัวเองซะแล้วว่าอีกฝ่าย ชอบเค้า หรือเกลียดเค้ากันแน่
-----------------------------------------------------------------------------------------------------

ภายในห้องคิมจุนซูที่จ้อไม่หยุดมาเป็นเวลา4-5ชม. ยัดขนมใส่ปากตัวเองพลางเม้าท์ไร้สาระไปเรื่อย
ขณะที่ดูทีวี 14 นิ้วที่ลงทุนซื้อมาจากร้านขายของมือสอง
“นาย คงไม่รู้หรอกว่าที่ฝรั่งเศสหนะเค้ามีพวกรักร่วมเพศมากมายแค่ไหน รู้ไหมก่อนที่ชั้นจะมานี่ หมู่บ้านข้างๆนะ มีแต่เกย์เต็มไปหมดเลย”
“นายไม่ชอบพวกรักร่วมเพศรึไง” ยูชอนเอ่ยถามด้วยแววตาสนุกสนาน
“อื่ม ก็ไม่ถึงกับรังเกียจนะ แต่ชั้นรู้สึกแปลกๆถ้าจะต้องรักผู้ชายด้วยกัน มันทะแม่งๆนะว่ามะ”
จุนซูพูดไปเรื่อยทั้งๆที่เมื่อตอนกลางวันเค้าเพิ่งจูบกับผู้ชายที่ชื่อชิมชางมินไปหยกๆ
“นายไม่ชอบผู้ชายหรอ” ยูชอนถามซ้ำเพราะไม่เชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง
“ก็ บอกแล้วไงว่าไม่ได้รังเกียจ แต่ไม่เคยคบจะรู้ได้ไง แล้วอีกอย่างพอคิดว่าผู้ชายเวลาจะ เอ่อ แบบนั้นกันมันก็ดูจะ เอ่อ...” จุนซูเริ่มตะกุกตะกัก
“นายเคยแล้วใช่ไหม”ยูชอนอมยิ้มอย่างรู้ทัน
“บ้าสิ...ถ้าแบบจริงจังชั้นไม่เคยจริงๆนะ คือว่ามัน...คงอารมณ์พาไป” คนตัวเล็กหน้าออกสีแดงจัดเพราะอายที่อีกฝ่ายรู้ทัน
“กับใคร ชางมินหรอ” ยูชอนเซ้าซี้
“เหอะ ตลกสิ....ชั้นหนะ....” จุนซูพยายามจะโกหกต่อแต่อีกฝ่ายก็พูดสวนมาก่อน
“นายชอบเค้าใช่ไหม”
จุนซูไม่ตอบ ได้แต่นั่งก้มหน้า แล้วก็นึกอะไรบางอย่างได้ขึ้นมาแบบฉับพลัน
“นี่ชั้นสนิทกับนายจนต้องเล่าเรื่องแบบนี้แล้วหรอเนี้ย”
“ประสาทกลับรึไง เล่าบ้าอะไรต่อมิอะไรมาตั้ง3-4ชม.แล้วคู๊ณ”
ยูชอนหัวเราะพลางบิดตัวเพราะอาการเมื่อยที่นั่งพิงเตียงคอพับคออ่อน ก่อนจะลุกขึ้นยืน
คนตัวเล็กใจหายทันทีที่อีกฝ่ายลุกขึ้น แต่ก่อนที่เค้าจะไปเปิดประตูห้องให้อีกฝ่ายออกไปตามที่เค้าคิด
ปาร์คยูชอนกลับกระโดดขึ้นเตียงนิ่มๆของจุนซูเหมือนเป็นเตียงของตัวเอง
“อ๊า นุ่มดีจังเตียงใหม่เนี้ย นายโชคดีนะที่ได้เตียงคู่ นอนสองคนได้สบายๆเลย”
“ชั้นจ่ายแพงกว่าชาวบ้านไง แล้วนี่มานอนเตียงชั้นทำไม ไปนอนห้องพี่แจสิ”
“ไม่อะ ชั้นอยากอยู่ห้องนี้ก่อน ขอเช่าก่อนคืนนึงละกัน” ยูชอนยิ้มให้อย่างอบอุ่นทำเอาอีกฝ่ายปฏิเสธไม่ลง
“บ้า พี่แจจะคิดยังไง นายเป็นแฟนเค้านะ นายควรจะอยู่กับเค้าไม่ใช่มานอนกับชั้น”
“ใครบอกชั้นจะนอนกับนาย บ้าหรอ คนลามก” ยูชอนไม่สนใจชื่อที่จุนซูเอ่ยถึงแม้แต่น้อย
ตอนนี้เค้าต้องการแค่ใครสักคนที่จะให้เค้าได้ผ่อนคลายเรื่องเครียดๆในหัวสักพัก ซึ่งนั่นคือจุนซู
เจ้าของห้องไม่ต่อปากต่อคำต่อแต่อย่างใด ได้แต่ก้มหน้างุดๆไปหยิบผ้าเช็ดตัว ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปเงียบๆ
ยูชอนนอนกลิ้งไปมาพลางคิดเรื่องแจจุง เค้าควรทำยังไงในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมแม้กระทั่งจะแชร์ความในใจกับเค้า
แจจุงที่เค้าคบอยู่ปิดตัวเองจากเค้าทุกเรื่อง หากเค้าไม่ถามแจจุงก็จะไม่ตอบอะไร...
แถมเจ้าตัวก็ดูจะเปิดใจกับเค้าได้ยากซะด้วย เพราะนอกจากเรื่องที่เค้าคบกันในปัจจุบัน
คิมแจจุงก็ไม่คิดจะให้เค้าล่วงรู้เรื่องส่วนตัวของเค้าได้เลย
ต่างจากคนในห้องน้ำ...จุนซูดูจะพอใจกับการได้บ่นนั่นนี่กับเค้าไปเรื่อย
และดูจะชอบฟังเรื่องของเค้าด้วยเช่นกัน เพราะระหว่างที่ฟังจุนซูเค้าก็จะพยายามสอดแทรกเรื่องของเค้าไปด้วย
ไม่ว่าเป็นเรื่องที่เค้ามาเที่ยวปารีสและเรื่องที่เค้าชอบอะไรในปารีสบ้าง
ถึงจะมีโอกาสได้พูดน้อยกว่าอีกฝ่ายเค้าก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
ไม่นานจุนซูก็เดินใส่ชุดนอนหลวมๆออกมาจากห้องน้ำ (เสกชุดได้ว่างั้น???)
ใบหน้ากลมๆจ้องมองผู้ชายที่นอนก่ายหน้าผากอยู่บนเตียงทั้งๆที่หลับตาสนิทอย่างครุ่นคิด
เค้าไม่รู้ว่าทำไมถึงชอบคุยกับยูชอนมากนัก ไม่รู้ว่าทำไมถึงเปิดรับยูชอนมาเป็นเพื่อนสนิทได้ง่ายๆ
และกังวลเหลือเกินว่าเวลาของเค้ากับยูชอนจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพราะในชีวิตจริงนอกประตูห้องของเค้า ปาร์คยูชอนคือ “แฟนชาวบ้าน”
เท้าเล็กๆลากพาตัวจุนซูไปที่เตียงแล้วล้มตัวลงนอนเบาๆเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหลับหรือตื่น
ก่อนจะกดปิดไฟที่หัวเตียงที่เจ้าตัวเปิดทิ้งไว้ก่อนเข้าห้องน้ำ
ยูชอนนอนนิ่งสนิทเหมือนจมไปกับนิทราแล้ว
แต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก พยายามดันตัวออกมาห่างๆ
ไม่ให้สัมผัสกับอีกฝ่ายแม้แต่ชายกางเกงนอน แต่จุนซูก็ทนไม่ได้ต้องพลิกตัวมามองคนที่นอนอยู่ท่าเดิมข้างๆ
“นายหลับง่ายจริงนะ ทำไมหน้าตานายถึงเหมือนตัวการ์ตูนงี้นะ”
จุนซูพูดพลางยิ้มขำๆก่อนจะวิจารย์อีกฝ่ายโดยไม่รู้ว่าคนถูกวิจารย์ไม่ได้หลับแต่อย่างใด
“นายนี่มันหัวเถิกได้โล่จริงๆ นี่นายต้องเปิดเหม่งรับพลังแสงอาทิตย์เหมือนแผ่นโซล่าเซลล์ตอนเช้าแทนกินข้าวแหงๆเลย อิอิ”
จุนซูหัวเราะคิกคักอย่างสะใจในคำพูดตัวเอง ทำเอาคนที่นอนฟังไม่อาจจะกลั้นหัวเราะได้
แต่เพราะอีกฝ่ายวิจารย์เค้าซะเสีย เค้าเลยแกล้งทำเป็นนอนละเมอเอาขามาป่ายอีกฝ่าย
“แอร๊ย ไอ้นี่ ขาหนักจะตาย เอามาพาดได้ไงวะ” จุนซูพยามถีบขอยูชอนที่ป่ายเค้าเหมือนหมอนข้างออก
แต่อีกฝ่ายกลับฟาดลำแขนมาโอบตัวเค้าไว้อีก จุนซูพยามดิ้นเบาๆเพราะกลัวอีกคนตื่น
แต่ไม่ว่าจะทำยังไง เค้าก็ถูกอีกฝ่ายแกล้งต่อยู่ดี เพราะเท้าของยูชอนที่ป่ายที่ตัวจุนซูไปพาดที่สะโพกอีกฝ่ายพอดิบพอดี
ชวนให้คนโดนกอดวาบหวิวไปชั่วขณะ แล้วปาร์คยูชอนก็เบียดตัวเข้ามาคล้ายคนละเมอปล้ำชาวบ้านอย่างไงอย่างงั้น
ยูชอนที่หลับตาอยู่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าแบบไหนจึงเบียดตัวเข้าไปจนใบหน้าของจุนซูแนบชิดกับแก้มเค้า
“จุ๊บ!!!” ริมฝีปากเล็กๆจูบเบาๆที่แก้มของยูชอนจนเจ้าตัวเกือบร้องออกมาเพราะตกใจ
แต่ก็ไม่ทันได้สะดีดสะดิ้งอะไร ก็มีริมฝีปากเล็กๆมาแนบกับแก้มเค้าเบาๆอีกครั้ง
คราวนี้ยูชอนเริ่มรู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาแล้ว เพราะไม่รู้ว่าเพราะอะไร เค้าถึงได้เนียนตามอีกฝ่ายไปด้วย
ปากเล็กๆที่ก่อนหน้านั้นขโมยจูบแก้มของเค้าเพราะเค้าคิดว่าหลับยิ้มน้อยๆแล้วซุกหน้าไปที่อกอุ่นๆ
แต่ไม่ทันจะหลับตาลง อีกฝ่ายที่เสียงหัวใจเต้นโครมครามออกมา...จนคนที่เอาหัวแนบอกอยู่ได้ยินชัดเจน
จุน ซูรู้แล้วว่ายูชอนไม่ได้หลับ เพราะเมื่อเค้าแหงนหน้าขึ้นเพื่อดูหน้าอีกฝ่ายอย่างกลัวๆ ก็ได้รับริมฝีปากนิ่มๆแตะมาที่ปากเล็กๆของเค้าเบาๆ
“หัวขโมย” ยูชอนกระซิบเบาๆ เค้าเอาคืนหัวขโมยตัวน้อยด้วยริมฝีปากที่แนบสนิท
และลิ้นๆอุ่นๆเปิดปากของอีกคนให้ลิ้มรสความหวานจากลูกอมที่เค้ากินก่อนหน้านี้

รสมิ้นต์ของลูกอมซึมซาบไปถึงลิ้นของอีกฝ่ายจนแทบหยุดตัวเองไม่ได้
จุนซูที่เคยเป็นฝ่ายถูกรุกรานจากชางมิน กลับลุกขึ้นคร่อมตัวยูชอนอย่างกล้าหาญก่อนจะปลดกระดุมเสื้อนอนตัวเองออกช้าๆ
“เอ้ย” ยูชอนที่เห็นเงาลางๆว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรลุกขั้นมาโวยวายเบาๆอย่างตกใจ
ก่อนจะถูกคนตัวเล็กเบียดตัวเค้าให้นอนลงอีกครั้งแล้วรั้งมือซ้ายของยูชอนให้ได้สัมผัสผิวกายที่ทั้งเนียนนิ่มและอุ่นของเค้า
จุนซูที่อารมณ์กระเจิดกระเจิงเรียนรู้การรุกรานชาวบ้านมาจากชางมิน
แค่ผิดกันนิดเดียวคือเค้าไม่ได้อยากจะเป็นฝ่าย ”กระทำ”
ยูชอนที่หวั่นใจไม่น้อยกับผิวเรียบลื่นของอีกฝ่ายตอนนี้เหมือนต้องมนต์สะกดของคนตรงหน้าไปแล้ว
เพราะไม่ว่าอีกฝ่ายจะจับต้องส่วนไหนของเค้ามันก็ตอบไปซะหมด
แม้กระทั้ง”สิ่งนั้น”ที่แม้กระทั้งคิมแจจุงก็ไม่เคยได้ใกล้ชิดมันขนาดนี้
“อ๊า...อ่า...แฮ่ก” เสียงครางสลับกับหอบของยูชอนบ่งบอกถึงชัยชนะของจุนซูที่รุกรานอีกฝ่ายได้สำเร็จ
ลิ้นเล็กๆพยายามปรนนิบัติสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างสนุกสนาน
เสียงหอบและครางเบาๆของอีกคนยิ่งทำให้จุนซูเร่งจังหวะริมฝีปากที่ครอบครอง”สิ่งนั้น”ของยูชอนอย่างขยันขันแข็ง
“ดะ เดี๋ยว จุน... เดี๋ยว ...” ยูชอนที่ห้ามทับแทบไม่ทันเพราะร่างกายเบื้องล่างแทบจะสำลักความสุขออกมาแบบหักห้ามใจไม่ได้เต็มทีแล้ว
“ห๊ะ” จุนซูที่ชะงักไปแต่มือยังไม่ปล่อย ยังคงจับมันรูดไปมาในมืออย่างสนุกสนาน
“เอามืออกก่อน มือ...อ๊ะ ...เออ ....เอาออกด้วย” ยูชอนสั่งเสียงระส่ำ
“ทำไมอะ”จุนซูที่งงกับอีกฝ่ายถามขึ้นแบบเอ๋อๆ
แต่คำตอบของอีกฝ่ายที่ เสียวก็เสียว ขำก็ขำ แต่จำใจต้องเสียวมากกว่าขำ
เพราะร่างเปลือยเปล่าของคนตรงหน้า เค้าจับคนตรงหน้านอนลง ด้วยสภาพที่หัวห้อยต่องแต่งออกไปนอนเตียง
แต่ตัวเล็กๆกลับโดนยูชอนทับอยู่ด้านบน ร่างเล็กๆเริ่มออกอาการเสียวซ่านแทนเพราะคนตัวใหญ่กว่าเอาหน้ามาซุกไซร้ไปตามลำคอ
แค่แทนที่อารมณ์ราคะจะเบ่งบานตามใจชอบ คนตัวเล็กกลับหัวเราะออกมา จนคนที่หื่นกามอยู่ด้านบนต้องห่อเหี่ยวเพราะเซง
“หัวเราะทำไมวะ” ยูชอนถามกริ้วๆ
“ก็มันจั๊กกระจี้อะ แล้วหัวชั้น โอยยยย เลือดตกหัวแล้วไอ้เหม่ง”
จุนซูที่ถูกจับนอนห้อยหัวอยู่พยามจะเงยหัวขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากอีกฝ่าย
ยูชอนที่หมดอารมณ์เพราะเสียงหัวเราะคิกคักของอีกฝ่ายกลับไม่ได้โกรธคนตัวเล็กมากนัก
เค้ากลับหัวเราะเบาๆที่ร่างเล็กๆลุกไม่ขึ้นเพราะตัวเริ่มไหลลงจากเตียงไปทั้งๆร่างกายล่อนจ้อน
ไม่นานหลังจากต่างฝ่ายต่างขำกับเรื่องบ้าๆที่ทำตะกี้
และแล้วจุนซูก็มาอยู่ในอ้อมกอดยูชอนอีกครั้งพร้อมลมหายใจเป็นจังหวะ และฝันหวานไปในที่สุด....
ส่วนปาร์คยูชอนหน้าหรอ... หลังจากจุนซูหัวเราะจนเค้าหมดอารมณ์ แต่มันก็ไม่หมดไปซะทีเดียว
เพราะอีกฝ่ายกว่าจะเดินบวกกับคลานหาเสื้อผ้ารอบเตียงของตัวเองเจอด้วยสภาพไร้เสื้อผ้าปกปิด
ก็ทำเอายูชอนจ้องมองพลางปรนเปรอตัวเองด้วยแม่นางทั้งห้า ณ มือ ซ้ายไปเรียบร้อยแล้ว .....