[FIC] หนี้แค้นแสนรัก [Yoo♥Su] NC20 EP.1
posted on 13 Dec 2009 20:17 by minorupaer in PJJ
ขณะนี้รถของตระกลูคิม ผู้มั้งคั่งกำลัง แล่นฝ่ามหานครเกาหลีเข้ามา เมื่อมองผ่านกระจกเข้าไปก็จะเห็นคุณหนูจุนซูผู้เป็นลูกชายคนโตของตระกลูคิมนั้งอยู่ ใบหน้าสวยงามได้รูปแบบผู้ดีสุขุมลุ่มลึกแม้ดวงหน้าจะนิ่งอยู่เฉยแต่ก็ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกชื่นชมอย่างไม่รู้ตัว ถ้าหากใบหน้าแย้มยิ้มล่ะก็คงจะมีเสน่ห์ไม่น้อย ซึ่งเจ้าตัวเองคงไม่รู้ไม่เช่นนั้นคงไม่ทำหน้าตาเบื่อหน่ายเช่นนี้แน่
จุนซูเดินทางกลับมาจากการซื้อหนังสือ และถึงแม้จะพาคนใช้ไปด้วยมากแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ยังขัดกับข้อห้ามตระกลูที่ไม่อยากให้ออกไปเที่ยวเตร่ในเมืองอยู่ดี
รถเลี้ยวเข้าประตูคฤหาสน์ที่ก่อด้วยกระเบื้องเคลือบงดงามสง่า ซึ่งได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวตะวันตก วึ่งแสดงถึงความภาคภูมิของตระกูล
ในที่สุดก็จอดเทียบ ณ ประตูคฤหาสน์ และหยุดนิ่งอยู่อย่างนั้นราวกับกำลังรอใครสักคนอยู่ ทันใดนั้นหัวหน้าสาวใช้ก็ปรากฏกายขึ้นอย่างร้อนรน
“กลับมาแล้วหรือค่ะ คุณจุนซู” เธอกล่าวทักทาย “อืม กลับมาแล้ว” เขาตอบพลางเดินเข้ามาในคฤหาสน์
“คุณจุนซูค่ะ คุณท่านสั่งไว้ว่าคุณกลับมาให้ขึ้นไปพบที่ห้องสมุดด่วนค่ะ”
“ห้องสมุดเหรอ ขอบใจน่ะ” ได้ยินดังนั้น สาวใช้จึงก้มศรีษะรับคำและเดินหายเข้าไปข้างใน
ตั้งใจว่าจะตรงขึ้นห้องทันที แต่แล้วก็ต้องหมุนตัวกลับตรงดิ่งไปยังห้องสมุดซึ่งอยูลึกสุดในคฤหาสน์ ทั้งที่มือยังคงถือหนังสือทีเพิ่งซื้อมา
ห้องสมุดนี้ถูกสร้างเป็นพิเศษ ป้องกันไม่ให้แสงสว่างส่องกระทบหนังสือ ห้องสมุดที่ท่านพ่อรออยู่นั้น ขณะนี้ให้ความรู้สึกหนักอึ้งกับเขาอย่างบอกไม่ถูก จุนซูเคาะประตูเบาๆก่อนจะค่อยๆผลักประตูเปิดออก
“ท่านพ่อ ต้องการพบผมหรือครับ”พอเหลียวมองก็ผู้เป็นพ่อยืนนิ้งจ้องมองชั้นหนังสือที่รายล้อมรอบตัวอยู่ไม่วางตา หนังสือจำนวนมาก ถูกจัดเรียงกันแน่นจนไร้ช่องว่าง กองสูงจนชนเพดานห้อง
“อืม…จุนซู” สายตาของผู้เป็นพ่อเบนจากจากองหนังสือมาจับอยู่ที่ลูกชาย เสียงท่านพ่อแหบปร่าไม่คุ้นหู บุคลิกดูไม่ผึ่งผายราวกับออ่นล้าเสียเหลือเกิน
“ออกไปซื้อหนังสือมาหรือลูก” พูดพลางมองหนังสือในมือจุนซู
“เอ่อ…ครับ” มีอะไรเกิดขึ้นรึเล่า ทำไมท่านพ่อถึงดูอ่อนล้าผิดปกตินี้
“นั่งลงสิ พ่อมีอะไรจะคุยด้วยหน่อย”
ผายมือไปทางเก้าอี้ ชี้ให้ลูกชายซึ้งยังคงหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงประตูได้นั่งลงจุนซูจึงทรุดตัวลงนั่งตามคำสั่งของพ่อ
“จุนซูน่ะเป็นลูกชายคนโต จะไม่ให้รับรู้ คงไม่ได้”
“เรื่องอะไรรึครับ” เดาจากท่าทางของท่านพ่อแล้ว คงไม่ใช่เรื่องดี เท่าไร
“จุนซู เราคงต้องขายรถ ไม่สิ…ไม่ใช่แค่รถเท่านั้น แต่ยังรวมทั้งบ้านและที่ดินที่มีอยู่ด้วย”
“!”จุนซู รู้สึกช็อค ด้วยมิได้คาดคิดว่าจะได้ยินเรื่องร้ายเช่นนี้มาก่อน
“นี่ มันอะไรกันครับท่านพ่อ เกิดอะไรขึ้น ทำไมครอบครัวเราถึงได้ตกอับเพียงนี้” หัวสมองจุนซูเต็มไปด้วยความงุนงงสับสน
“หุ้นที่เราซื้อไว้ ในขณะที่เศรษฐกิจกำลังรุ่งเรืองบัดนี้ได้ดิ่งลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ครอบครัวเราเป็นแบบนี้”
ช่วง 2-3 ปีก่อน ขณะที่ตลาดส่งออกเติบโตรุดหน้าอย่างรวดเร็ว บรรดาพ่อค้า ชาวนา รวมทั้งชนชั้นต่างๆพากันหันไปกว้านซื้อหุ้นมาเก็บไว้ แต่หลังนั้นไม่นานเศรษฐกิจก็ดำดิ่งลง บริษัทน้อยใหญ่ต้องปิดกิจการ แม้แต่ครอบครัวผู้มั่งคั่งอย่างตระกลูคิมก็กำลังเผชิญปัณหาเดียวกัน
“รายได้ของพ่อมีมากมายก็จริง แต่ก็ยังไม่พอหนี้ที่กองท่วมหัวเลย”
คิมจองซุกมีตำแหน่งเป็นถึงสมาชิกสภา แต่เพราะชื่อเสียงที่ค้ำคออยู่ ทำให้มิอาจบากหน้าไปกู้หนี้ยืมสินใครไ จุนซูเหมือนกันขณะนี้เรียนอยู่มหาวิยาลัยปี3 และช่วงเปิดเทรอหน้าร้อนนี้ เขาได้แต่หาความสำราญไปวันๆ
หากรู้แต่แรกคงไม่เรียนมหาวิทยาลัย ออกมาหางานทำซะก็ดีหรือถ้เลือกเรียนนิติศาสตร์แทนที่จะเป็นวรรณคดีอังกฤษ ก็คงพอช่วยอะไรได้บ้าง จุนซูรำพึงอยู่ในใจ
“แล้วฮันเกรินผู้ดูแลบ้าน มัวทำอะไรอยู่ล่ะครับ ไม่รู้รึไงว่าครอบครัวเราตกอับเพียงนี้’
หากผู้ดูบ้านซึ่งมีหน้าที่คุมบัณชีของครอบครัว ทำหน้ที่ให้ดีก็คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้แน่
“ฮันเกริน ลาออกไปแล้วล่ะ พ่อไว้ใจเข้ามากเกินไป การเงินของครอบครัวเป็นอย่างไรไม่เคยถาม ได้แต่ปล่อยให้เค้ากว้านซื้อหุ้นจนเกินกำลัง เป็นเพราะอ่อนหัดในเรื่องเงินๆทองๆน่ะเอง”
ท่านคิมจองซุกนั่งอยู่ที่โซฟา แหงนหน้ามองเพดานคิดใคร่ครวญถึงเรื่องต่างๆพลางถอนใจ
“เฮ้อ”แล้วครอบครัวเราจะเป็นยังไงต่อไป
คนที่มีตำแหน่งสมาชิกสภา หากไม่มีทรัพย์สมบัติก็จะกปลดออกจากตำแหน่งทันที และต่อให้ขายหมดทั้งคฤหาสน์และที่ดิน ก็คงไม่พอจะรักษาตำแหน่งไว้ได้อยู่ดี
“จะให้ยืมเงินจาบรรดาเครือญาติหรือคนรู้จักก็ทำไม่ได้ แถมยังมียุนอา น้องสาวท่ำลังป่วยให้ดูแลอีกคน ลำพังผมเองถึงไม่มีบรรดาศักดิ์ก็พอเอาตัวรอนได้ แต่น้องที่ป่วยกระเสาะกระแสะ ถ้าต้องมาอยู่ในสภาพตกอับแบบนี้ไม่แย่ไปใหญ่รึครับ”
ยุนอา น้องสาวผู้อายุอ่อนกว่าจุนซู 5 ปี ป่วยกระเสาะกระแสะไม่เคยได้กร่ายออกจากคฤหาสน์แม้เพรียงครั้งเดียว ถ้าบอกเรื่องนี้ให้เธอรู้เธอคงรับไม่ได้ แน่ๆ
“แม้แต่ญาติแพร่งพรายให้รู้ไม่ได้ บรรดาเพื่อนฝูงที่สนิทกันก็หยิบยืมมาหมดแล้ว และถึงขายทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่ยังไม่พอใช้หนี้”
.”แล้วไม่เหลือใครที่พอจะให้ความช่วยเหลือได้บ้างเลยรึครับ”
ท่านคิมของซุกและจุนซูต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด
ในทีสุดบรรยากาศเงียบสงบในห้องสุด ก็ช่วยให้คิมจองซุกคิดขึ้นได้
“จะว่ามี มันก็มีอยู่”
“ใครหรือครับ”
“จุนซู ลูกรู้จักลูกชายตระกูลปาร์คใช่มั้ย เห็นที่จะต้องลองขอร้องเค้าดูแล้วล่ะ ตระกลูปาร์ค ร่ำรวยล้นฟ้าขนาดนั้นรับรองช่วยเราได้แน่”
ตระกลูนี้ รำรวยขึ้นมาจากธุรกิจการค้า การธคาร มีดอกผลงอกเงยเป็นล่ำเป็นสัน แม้ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำเข่นนี้ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ในระดับแนวหน้าได้
“ลูกรู้จักลูกชายของท่าน ซาจิน เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันสมัยมัธยมไม่ใช่รึ เพื่อรักษาชื่อเสียงของพ่อ ช่วยพูดกับเค้าให้ทีได้มั้ย”
“ให้ผมพูดกับลูกชายของท่านซาจิน …เหรอครับ”
ปาร์คยูชอน ลูกชายคนที่สามของครอบครัวปาร์คซาจิน เรียน ม. ปลายรุ่นเดียงกับจุนซู ตอนที่อยู่ที่โรงเรียนจุนซูเคยได้ยินคำร่ำลือว่าต่างๆเกี่ยวกับยูชอนว่าเป็นลูกชายตระกลูเจ้าหนี้ หรือไม่ก็เป็นนักเรียนหัวโจกชอบส้รางปัญหา ด้วยเหตูนี้กระมังจึงทำให้ยูชอนมีบุคลิกเป็นผู้ใหญ่เกินตัว
ที่โรงเรียนใช่ว่าจะมีแต่ลูกผู้ดีมีเงิน นักเรียนธรรดาก้มีอยู่มากแต่ยูชอนก็ยังดูโดดเด่นกว่านักเรียนคนอื่นๆ ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะความมีเสน่ฆ์อันชวนหลงใหลในตัวเขา ที่ติดตรึงใจผู้คนที่ได้พบเห็นแม้เพียงชั่วครู่ก็ตาม
แต่กับจุนซุนั้นจะเรียกว่าสนิทสนมกับยูชอนก็คงไม่ใช่ ออกจะเขม่นกันอยู่ในทีด้วยซ้ำ
จุนซูมักถูกมองด้วยสายตาไม่เป็นมติร ทั่งที่ยังไม่เคยได้พูดคุยกัน ถ้าให้เอ่ยปากขอยืมเงินจากเขา ก็คงไม่ได้รับคำตอบที่ระนื่นหูเป็นแน่
“ผมไม่ได้สนิทกับเขา จู่ๆจะให้ไปขอยืมเงิน คงไม่ดีละมังครับ” จุนซูยังลังเล
“แต่ว่า..”
ที่จริงเป็นเพราะไม่อยากพบหน้ายูชอน ด้วยมิอาจจะทนสายตาอันเย็นชาจากผู้ชายหล่อเหลาคนนั้นได้มากกว่า
เมื่อนึกถึงภาพของยูชอน เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่มีอำนาจสะกดสายตาผู้คนนับหมื่น ยังงี้
กระมังที่เรียกว่าหล่อสมบูรณ์แบบ อย่างที่ผู้ชายทุกคนใฝ่ฝันอยากจะเป็น ไม่ใช่หล่อแบบดาราทั้วไป รูปร่างสูงโปร่ง ทำให้ใส่เสื้อผ้าได้รูปผิดกับชาวเกาหลีทั่วไปที่ตัวเล็กแลดูไม่สมาร์ท แถมยังฉลาด เรียนเก่งไปซะทุกวิชา ไม่ว่าจะเป็นณิตศาสตร์ ภาษาต่างๆ หรือแม้แต่ขี้ม้า ฟันดาบ ดนตรี ก็ด้วย
ด็วยเหตุนี้ แม้จะถูกนินทาว่าร้ายเพียงใด เขาก็ยังคงมีเสน่ห์เป็นที่สนใจของผู้คนมาโดยตลอด หากต้องถูกผ้ชายหล่อสมบูรณ์แบบอย่างนี้ มองด้วยสายตาชิงชังล่ะก็ จุนซูคงเสียความมั้นใจไปหมดแน่ๆๆ.
ยามใดที่สายตาหนุ่มพราวเสน่ห์อย่างยูชอน ประสานขากับสายตาจุนซู สายตาเขามักเปลี่ยนเป็นเครียดขึ้นทุกทีไป
ดว้ยท่าทีเช่นนี้เอง ทำให้จุนซู ต้องแส้รงทำเป็นไม่สนใจ และไม่ยอมเฉียดเข้าใกล้เข้าเป็นอันขาดพอนึกถึงเรื่องในอดีตก็พลอยทำให้จิตใจหนักอึ้งขึ้นมาอีก
TBC Chapter 2